สวัสดีปีใหม่ครับ
 
ก่อนอื่นเลยต้องขอสวัสดีปีใหม่ผู้อ่านทุกท่านด้วย หลายคนตอนเป็นเด็กก็ต้องเคยได้ของขวัญวันปีใหม่จากพ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาแน่นอนใช่ไหม ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง ของเล่น ก็มีความสุขกันไปอ่ะดิ แต่มันก็ต้องมีแน่ๆ เด็กอย่างน้อยสักคนที่ไม่ได้ของเล่นหรือเงินแต๊ะเอียอะไรนั่นเลย
 
 
เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังปีใหม่มาได้ไม่กี่วัน ข้าเจ้าได้เข้าไปเช็คข่าวสารต่างๆ ในเฟซบุ๊คก็ได้เห็นรูปผู้คนมีความสุขที่ได้ก้าวข้ามเข้ามาสู่ปีใหม่ด้วยกัน แล้วก็ได้เจอเพื่อนคนแรกเขียนสถานะว่า "ปีใหม่ได้เงิน 1,500 เอง น้อยจัง" (แหม่นะ)
 
เลื่อนลงมาก็เจอน้าคนนึง โพสรูปภาพพร้อมคำบรรยายว่า "ของขวัญวันปีใหม่ให้เจ้าตัวเล็ก" เป็นรูปของบุตรชายของน้าถือกล่องหุ่นยนต์ตัวอย่างใหญ่ กับบุตรสาวอีกคนถือกล่องตุ๊กตาผู้หญิงอย่างสวย ส่งยิ้มออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์เชียว
 
พลางนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวของตัวเองบ้าง เมื่อวันสิ้นปีมีการรวมญาติพี่น้องกันที่บ้านน้าคนนึง ในระหว่างนั้นมีการแจกของขวัญลูกหลานในวันปีใหม่ ข้าเจ้าก็เป็นหนึ่งในลูกหลานก็ไปเข้าร่วมด้วย หลังจากสนุกสนานเฮฮากันมาเกือบชั่วโมง ข้าเจ้าได้ของขวัญวันปีใหม่เป็นเงินสดรวมทั้งสิ้น 500 บาท
 
ข้าเจ้ายังไม่ได้รู้สึกอะไรจนกระทั่งลูกสาวของน้าคนนึง (เป็นตระกูลค่อนข้างใหญ่ มีน้าหลายคน สืบเนื่องมาจากมีตายายเดียวกัน น้าๆ เหล่านี้จึงได้เป็นพี่น้องกับแม่ของข้าเจ้า) เอาเป็นว่าเรียกว่าน้าคนที่หนึ่งละกัน ลูกสาวของน้าคนที่หนึ่งก็ได้เงินสดห้าร้อยเช่นกัน แต่เธอดูเหมือนจะมีผิดหวังเล็กน้อย จึงพูดออกมาว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวแม่ของเธอก็ให้อีกพันนึง น้าของเธอก็จะให้อีกพันนึง ยายของเธอ แน่ล่ะอีกพันนึง ข้าเจ้านี่ร้องโอ้โหในใจ
 
ยังมีบุตรชายของน้าคนที่สอง ยังอายุน้อยๆ น่ารักๆ เหล่าน้าๆ ได้รวมกันไซโคให้น้องร้องเพลงกับเต้นให้ได้ พอน้องทำได้ เหล่าน้าๆ ก็รวมกันมอบของขวัญให้น้อง สิริเป็นเงินหนึ่งพันบาท รวมไปถึงบุตรสาวของน้องก็เช่นกัน เป็นจำนวนเงินแปดร้อยบาท และน้าคนที่สองก็คือคนที่ซื้อของเล่นให้บุตรทั้งสองคนแล้วโพสรูปลงเฟซบุ๊คไง
 
ทีนี้น้าๆ ก็มาถามข้าเจ้าว่าได้ห้าร้อยเอง แล้วพ่อแม่ของข้าเจ้าจะให้เพิ่มไหม ทั้งคู่ชิงตอบน้าๆ ก่อนว่า ไม่เป็นไรหรอกๆ นั่นก็เลยทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของข้าเจ้าเกิดความรู้สึกว่า ทำไมข้าเจ้าถึงไม่ได้เท่าลูกคนอื่นเค้าล่ะ ทำไมได้แค่นี้เอง (พูดง่ายก็คืออิจฉานั่นเอง ยอมรับ) แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้คิดอะไรจนถึงตอนที่ได้เปิดเฟซบุ๊คหลังปีใหม่นั่นแหละ
 
ก็เลยตัดสินใจโทรไปหาแม่ เล่าเรื่องน้าซื้อของเล่นให้ลูกฟังแล้วก็บ่นตัดพ้อยังงี้ยังงั้น เนี่ย ตอนเป็นเด็กก็ไม่เคยจะได้ของเล่นไรเลย พอเค้าแจกตังค์ก็ได้มาไม่กี่ร้อย ดูลูกน้าคนนั้นสิยังงี้ยังงั้น แม่ก็เลยบ่นให้หยุด รำคาญ (อ้าว)
 
แม่ปลอบว่า เอาน่า ถึงบ้านเราจะไม่ค่อยให้ตังค์ลูกเพราะบ้านเราไม่ได้มีกินอย่างบ้านเขาขนาดนั้น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโตไปลูกจะกลายไปเป็นคนไม่มีความสุขนะ บางทีมีเงินเนอะๆ ก็ไม่ได้มีความสุขหรอก อย่างพวกนักการเมืองอ่ะดูสิ เดี๋ยวนี้ก็กลับบ้านไม่ได้งี้ (แล้วก็พาดพิงเฉยเลยนะแม่ ฮาาา)
 
แม่บอกอีกว่า ให้ดูพี่สาวแกสิ ตอนเด็กๆ เค้าก็ได้ไม่กี่บาทเหมือนแกนั่นแหละ (เปลี่ยนสรรพนามเฉย) แต่เค้าก็ไม่ได้รู้สึกน้อยใจอะไร มันก็แค่เงินไม่กีาบาท สุดท้ายก็พยายามจนเรียนจบมหาลัย มีการงานดีๆ ทำได้ (คร้าบ คร้าบ ข้าเจ้าพยายามตัดบท)
 
มีลูกคนข้างบ้านหลังนึงนะ น้าของเขาก็เลี้ยงดูอย่างดี ให้เงินส่งเรียนเลย ไม่ได้แค่ให้ตอนปีใหม่นะ ส่งทุกเดือนๆ เลย แต่ไม่กี่ปีต่อมาก็โดนจับว่าเสพยา ต้องเข้าไปนอนในคุกกว่าสองปี นี่ก็เพิ่งออกมาได้ไม่กี่เดือนเอง เนี่ย ขนาดส่งเงินตลอดนะ ยังเป็นแบบนี้เลย
 
การที่เราจะได้เงินเยอะๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเราจะดี๊ดี และการที่เราได้เงินไม่กี่บาทก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตเราจะต้องขัดสน ถ้าเราใช้ชีวิตแบบพอประมาณ ขยัน มีวินัย เราก็ชีวิตดี๊ดีได้
 
แม่ยังแอบปล่อยหมัดฮุก นี่ก็ทำให้เห็นว่าน้าคนอื่นเขาเลี้ยงลูกด้วยเงิน โตมาก็คงอีหลักอีเหลื่อยแน่ๆ (ไม่สามารถหาเดฟินิชั่นของคำนี้ได้จริงๆ แม่กระทั่งแม่ก็ให้นิยามไม่ได้ ฮาาา) แต่บ้านเราคือไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยเงินไง แต่เลี้ยงด้วยความรัก และลูกๆ ก็เรียนจบมีงานทำ (เหลือแต่ข้าเจ้านี่แหละที่ยังไม่มีอนาคต ฮาาา)
 
แม่แซะคนอื่นได้เจ็บแสบมาก แต่ก็ถูกของแม่นะ เงินมันก็แค่อะไรสักอย่างนึงนี่แหละ เป็นสิ่งจำเป็นนะ แต่มันก็ไม่ได้ซื้อทุกอย่างได้ ไม่มีเงินก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะเลวร้าย แต่ความรักต่างหากที่จะทำให้ชีวิตผ่านไปได้ด้วยดี ความรักที่ถูกทางก็จะยิ่งเสริมเช่นนั้นด้วย
 
ตอนนี้ข้าเจ้าก็เลยไม่ง้อแล้วว่าได้แค่ห้าร้อยไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้าขยันๆ หน่อย เงินแค่หมื่น ไม่กี่ปีก็หาได้ เชอะๆๆๆ